top of page

Leica M11-D

  • 5 hours ago
  • 2 min read

"กล้องสำหรับคนที่ 'รู้' ตัวเอง"


ผมเป็นเจ้าของ Leica M11 และใช้มันมาได้สักพักใหญ่ ๆ ในความเห็นของผมรู้สึกว่ามันเป็นกล้องที่ “ลงตัว” มากที่สุดรุ่นหนึ่งของ M digital ตั้งแต่ทำมา ไฟล์ภาพแสนดี แบตเตอรี่อึดทน การใช้งานรวดเร็วสะดวกสบายมีความยืดหยุ่นสูง จนภายหลังมาได้ Hasselblad X2D “Earth Explorer” มาใช้งาน ซึ่งคุณภาพและความละเอียดของไฟล์มันไปอีกระดับนึง เลยไม่ได้จะเอา Leica มาใช้สักเท่าไร แต่ใช้ไปใช้มามันก็คิดถึงครับ เพราะความเล็ก เบา พกพาสะดวกของมัน โดยเฉพาะรุ่นสีดำที่ทำจากอลูมิเนียมนี่แหละ น้ำหนักมันเบากว่ารุ่นที่ทำจากทองเหลืองอย่างมีนัยสำคัญ จนวันหนึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ใหญ่ใจดีให้ Leica M11-D มาใช้ ให้พอหายคิดถึงและยังเติมเต็มความคิดถึงกล้องไร้จออย่าง M edition 60 ที่เคยคบหากันมาอย่างยาวนานด้วย

 


Leica ริเริ่มผลิตกล้องดิจิทัลไร้จอหลังรุ่นแรกคือ M edition 60 ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของ Leica M (1954-2014) จากนั้นจึงเปิดตัว Leica M-D (typ 262), Leica M10-D ตามออกมาโดยใช้สถาปัตยกรรมพื้นฐานของรุ่นหลัก ณ เวลานั้น และเช่นกัน Leica M11-D ก็ใช้พื้นฐานของ M11 มาทำ หลัง ๆ มาเริ่มเห็นสูตรการเปิดตัวกล้อง Leica ได้ง่าย ๆ คือ เปิดตัวรุ่นหลักแบบปกติก่อน 2 ปี จึงออกรุ่น P ที่ปรับปรุงวัสดุและความพรีเมี่ยมขึ้นเล็กน้อย ตัดจุดแดงออกไป หลังจากนั้นจึงมีรุ่น Monochrom (ถ่ายขาวดำอย่างเดียว) รุ่น D ที่ไม่มีจอหลัง และรุ่น Limited edition ต่าง ๆ ตามออกมาเพื่อกระตุ้นตลาด ก่อนเปิดตัวรุ่นหลักใน series ถัดไป

 

Leica M11-D + Leica Summilux-M 35 f1.4 FLE "Wetzlar edition"


Leica M11-D มีขนาดตัวกล้องหลัก ๆ เท่ากับ M11 แต่มีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกเล็กน้อย คือ ปุ่มที่ดึงขึ้นเพื่อปรับ ISO จากตำแหน่งด้านบนซ้ายของกล้อง (ใกล้กับช่องมองภาพ) ถูกย้ายออกไปอยู่ตำแหน่งกลางบอดี้ด้านหลังแทนที่ตำแหน่งจอเดิม สายอนุรักษ์นิยมอย่างผมชอบมาก ๆ เพราะเป็นตำแหน่งเดียวกันกับการปรับ ISO ในกล้องฟิล์ม มีการตัดโลโก้จุดแดงออกไปและสลักอักษรด้านบนของบอดี้เช่นเดียวกับ M11-P ที่เหลือก็หน้าตาเหมือน ๆ กันหมดครับ

 

แบตเตอรี่ของ Leica M11-D อึดทนในระดับที่เรียกว่าใช้กันจนลืมเลยครับ สมัยก่อน Leica M(typ 240) ตัดจอออกมาเป็น M edition 60 และ M-D (typ 262) แบตเตอรี่ก็อึดทนขึ้นเยอะมาก ๆ จนมาถึง Leica M11 (รุ่นปกติที่มีจอ) ก็ทำแบตเตอรี่ให้มีความอึดได้มากพอ ๆ กับ M edition 60 แล้ว (ผมจึงชอบมันมาก ๆ) แล้วพอมาเป็น M11-D แน่นอนว่าแบตเตอรี่ยิ่งอึกมากขึ้นไปอีกระดับ ใช้กันจนลืมชาร์จแบตกันไปเลยครับ

 

Leica M11-D + Leica Summilux-M 35 f1.4 FLE "Wetzlar edition"


กล้องไร้จอ มีเสน่ห์ในการใช้งานที่ไม่เหมือนใครอยู่แล้ว คนทั่วไปอาจมองว่าใช้ลำบาก หวังผลจริงไม่ได้ แต่มันจะมีคนอีกกลุ่มนึงครับ (กลุ่มเล็ก ๆ) ที่โฟกัสกับช่วงเวลาการถ่ายภาพมากกว่าผลของภาพที่ได้ออกมา หรือภาพที่ได้ออกมาอาจไม่สมบูรณ์แต่เป็นตัวแทนของชั่วขณะนั้นที่เรากดชัตเตอร์ได้ดี มันอาจย้อนกลับไปรู้สึกได้ว่า ภาพเบลอ ๆ ภาพนี้ เราจำเป็นต้องรีบถ่ายแค่ไหน สถานการณ์อันรีบร้อนตอนนั้นเป็นอย่างไร ฯลฯ มันเตือนใจเราได้ดีกว่าภาพสวยเป๊ะ ที่เราหาดูได้ตามอินเตอร์เน็ตทั่วไป ในวันที่ฟิล์มแพงและมีโปรเซสที่อาจลำบากหรือเสียเวลาเกินไปสำหรับบางคน กล้องดิจิทัลไร้จอเหล่านี้ก็อาจเป็นคำตอบให้พวกเขาได้เช่นกัน

 

Leica M11-D + Leica Summilux-M 35 f1.4 FLE "Wetzlar edition"


อย่างไรก็ตาม Leica M11-D ก็ไม่ได้ pure ขนาดนั้น ผู้ใช้กล้องไร้จอจำเป็นจะต้องต่อสู้กับอีกใจหนึ่งที่ต้องการความสะดวกสบาย และได้ภาพสวยเป๊ะแบบได้เห็นทันทีอยู่เหมือนกัน ประการแรกคือ Leica M11-D สามารถต่อ Visoflex เพื่อเป็นจอดูภาพได้ครับ อันนี้จบเลยไม่ต่างกับการเปิดจอถ่ายรูปเลย ปรับแสงปรับอะไรเห็นก่อนหมด และมัน Sync กับโทรศัพท์ผ่าน App Leica FOTOS เพื่อดูรูปได้ทันที หรือจะใช้โทรศัพท์ดูภาพก่อนกดถ่ายภาพก็ได้ ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะครับ มีไว้ดีกว่าไม่มีอยู่แล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าของกล้องอาจต้องต่อสู้กับความรู้สึกที่หลากหลายของตัวเองนิดนึงว่าจะใช้เจ้า Leica M11-D ไปในทิศทางใด

 

Leica M11-D + Leica Summilux-M 35 f1.4 FLE "Wetzlar edition"


คุณภาพของภาพนะครับ ส่วนนี้ต้องขออภัยผู้อ่านไว้จริง ๆ เพราะว่าผมไม่มีเวลา (และกล้อง) มากพอที่จะเปรียบเทียบกันให้เห็นชัดเจน แต่เอาเป็นว่าใช้สายตาเปรียบเทียบกับความคุ้นเคยจาก Leica M11 รุ่นปกติก็แล้วกันนะครับ คุณภาพของภาพจากกล้องทั้ง M11 และ M11-D ผมว่า “ไม่แตกต่างกัน” ไม่เหมือนกับ M (typ 240) กับ M edition 60 ที่ลักษณะของภาพแตกต่างกันค่อนข้างมาก ผมรู้สึกว่า M edition 60 ภาพจะออกไปคล้ายกับทาง typ 262 มากกว่า typ 240 ภาพจากกล้องไร้จอตัวแรกกลับมีความใสกว่าค่อนข้างชัดเจน (ผมว่าเผลอ ๆ มันใสกว่า M11-D ด้วย) แต่ไม่ใช่ว่า M11-D ภาพไม่ดีนะครับ มันดีมากเลยล่ะครับ แค่กล้อง Leica มันมีเสน่ห์ที่กล้องและเลนส์แต่ละรุ่น คาแรกเตอร์ภาพมันแตกต่างกันไปหมดเลย ฮ่ะ ๆ ๆ ไม่รู้เราจะเรียกมันว่าเสน่ห์ดีไหมนะ

 

Leica M11-D + Leica Summilux-M 35 f1.4 FLE "Wetzlar edition"


ทุกวันนี้ใช้ Hasselblad หนักจนคอห้อย แล้วคิดถึง Leica M มาก ๆ เลยครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถึงวันที่ Leica M12 M13 กับอีกสารพัด M ตามออกมา จะมีโอกาสได้กลับไปใช้มันอีกไหม... สวัสดี



Comments


bottom of page